หลักการตั้งชื่อตามศาสตร์แห่งไทยและมอญโบราณ

- หลักแห่งการตั้งชื่อของตำรา ไทยและมอญโบราณ เป็นหลักวิชาที่นับว่าละเอียดอ่อนมาก และการตั้งชื่อของแต่ละบุคคลนั้นต้อง ตั้งชื่อ ให้บุคคลนั้นมีชะตาชีวิตที่ ประสบความสำเร็จ เจริญก้าวหน้า ในทุกด้านรวมทั้งสุขภาพร่างกายต้องแข็งแรง มีจิตใจดีไม่หงุดหงิด หรืออารมณ์โมโหเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย  ดังนั้นหลักวิชาทางสายไทยและมอญโบราณ 
จึงต้องนำ วัน เดือน ปีเกิด ของแต่ละบุคคลมาคำนวณ เพื่อตั้งชื่อ ซึ่งเป็นการยากมากในการตั้งชื่อที่จะเหมาะสมกับดวงชะตาและนามสกุล ของแต่ละบุคคล  แต่ตำราสายไทย และมอญโบราณ ได้แบ่ง ขั้นตอนต่างๆ ในการตั้งชื่อออกเป็น 6 ขั้นตอน โดยมีหลักสรุปดังนี้ :-

  • ชื่อที่ตั้ง ต้องไม่มี อักษรที่เป็นอักษร กาลกิณี อยู่ในชื่อ
  • ชื่อที่ตั้ง ต้องไม่เป็น อริ หรือ เป็น ศัตรู กับปีเกิดของบุคคลนั้น
  • ชื่อที่ตั้ง ต้องมีตัวเลขศาสตร์ที่ดี  โดยเมื่อนำมารวมกับนามสกุลแล้วต้องได้เลขศาสตร์ที่มีคำแปลออกมาดีด้วย
  • ลักษณะ เสียงพยางค์ ของชื่อ ซึ่งเปรียบเทียบจาก แผนภูมิทักษา ต้องนำมาคำนวณพิจารณาจากตำรา มหาภูตะ แล้วนำมาสร้างเป็น ฐานรูปร่าง โดยลักษณะของชื่อ และเสียงพยางค์ ต้องเดินจากเท้าสู่ ศีรษะ  อย่างเดียว
  • ต้องนำ วันเกิดของบุคคลนั้นมาพิจารณา โดยเลือกตั้งชื่อ เสียงพยางค์ ในดวงดาวที่มีคุณประโยชน์
  • ต้องพิจารณาฤกษ์ ในการเปลี่ยนชื่อ ของบุคคลนั้นว่า ควรเปลี่ยน ใน เดือนใด วันที่เท่าไร และเวลาอะไร ในการยื่นขอเปลี่ยนชื่อที่เหมาะสมกับดวงชะตานั้น

- การพิจารณาเรื่อง ฤกษ์ยาม ในการเปลี่ยนชื่อของแต่ละบุคคลนั้น ค่อนข้างยุ่งยากมาก ขอให้ท่านที่หาชื่อได้แล้วให้แจ้ง วัน เดือน ปีเกิด ให้ติดต่อมาที่............(0-2573-4195) โดยทางชมรมฯจะกำหนด ฤกษ์ ให้ทุกท่านเอง.
 

ตั้งชื่อให้ดี ต้องไม่มีอักษรกาลกิณี

- ตั้งแต่โบราณกาลมาการตั้งชื่อไม่ว่าหญิงหรือชาย ถ้าต้องการให้มีสง่าราศีเป็นสิริมงคลอันสมบูรณ์นั้นชื่อของบุคคลคนนั้นต้องไม่มีอักษรกาลกิณีอยู่ในชื่อนั้น พิจารณาวันเกิดของบุคคลนั้นคนนั้นโดย ให้นำมาเทียบในแผนภูมิทักษา

แผนภูมิทักษา

อาทิตย์ ๑

กำลัง ๖

อะ อา อิ อี อุ อู ฤ

เอ โอ ไอ เอา อำ อ

จันทร์ ๒

กำลัง ๑๕

ก ข ค ฆ ง

อังคาร ๓

กำลัง ๘

จ ฉ ช ซ ฌ ญ

ศุกร์ ๖

กำลัง ๒๑

ศ ส ษ ห ฬ ฮ

 

 

 

 

พธ (กลางวัน) ๔

กำลัง ๑๗

ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

ราหู

(พุธกลางคืน) ๘

กำลัง ๑๒

ย ร ล ว

พฤหัส ๕

กำลัง ๑๙

บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม

เสาร์ ๗

กำลัง ๑๐

ด ต ถ ท ธ น


- วิธีพิจารณากาลกิณี คือ ให้ดูว่าท่านเกิดวันอะไร ช่องที่ถัดจากวันเกิดของท่าน โดยเดินย้อนเข็มนาฬิกา คือ ช่องกาลกิณี ดันนั้นอักษรทุกตัวในช่องกาลกิณี จึงห้ามนำมาใช้ในการตั้งชื่อ
 

อักษรที่เป็นกาลกิณีโดยนับจากวันเกิด

คนเกิดวันอาทิตย์ อักษรที่เป็นกาลกิณีห้ามใช้ตั้งชื่อคือ ศุกร์(๖) 
ศ ส ษ ห ฬ ฮ
คนเกิดวันจันทร์ อักษรที่เป็นกาลกิณีห้ามใช้ตั้งชื่อคือ อาทิตย์(๑) 
สระทั้งหมด อ ฤ
คนเกิดวันอังคาร อักษรที่เป็นกาลกิณีห้ามใช้ตั้งชื่อคือ จันทร์ (๒) 
ก ข ค ฆ ง
คนเกิดวันพุธ อักษรที่เป็นกาลกิณีห้ามใช้ตั้งชื่อคือ อังคาร(๓) 
จ ฉ ช ซ ฌ ญ
คนเกิดวันเสาร์ อักษรที่เป็นกาลกิณีห้ามใช้ตั้งชื่อคือ พุธ (๔) 
ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
คนเกิดวันพฤหัส อักษรที่เป็นกาลกิณีห้ามใช้ตั้งชื่อคือ เสาร์ (๗) 
ด ต ถ ท ธ น
คนเกิดวันราหู 
(พุธกลางคืน)
อักษรที่เป็นกาลกิณีห้ามใช้ตั้งชื่อคือ พฤหัส (๕) 
บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
คนเกิดวันศุกร์ อักษรที่เป็นกาลกิณีห้ามใช้ตั้งชื่อคือ ราหู (๘) 
ย ร ล ว

 

ชื่อที่ตั้งต้องไม่เป็นอริหรือศัตรูกับปีเกิด

- คำว่าปีเกิดหมายถึงปีชวด,ฉล,ขาล,เถาะ,มะโรง,มะเส็ง,มะเมีย,มะแม,วอก,ระกา,จอ,กุน ความหมายของคำว่าไม่เป็นอริกับปีเกิด คือ ความหมายของชื่อที่ตั้งต้องไม่เป็นศัตรูกับปีเกิด

เช่น

คนเกิดปีหมูหรือปีกุน ห้ามใช้ชื่อพยัคฆ์ หรือ เสือ
เพราะเสือกับหมูเป็นศัตรูกัน
  คนเกิดปีระกาหรือปีไก่ ห้ามใช้ชื่อวารีหรือน้ำ 
เพราะไก่ไม่ถูกกับน้ำ เป็นต้น

 

ชื่อต้องมีหลักโหรเลขศาสตร์รวมกันมีความหมายที่ดี

- คำว่าหลักตำราโหรเลขศาสตร์ หมายความถึง การนำชื่อมาแยกแต่ละตัวอักษรออกมาเป็นตัวเลข แล้วนำตัวอัการนั้นมารวมกัน แล้วอ่านความหายจากคำแปลจากหนังสือฉบับนี้โดยจะมีคำแปลตั้งแต่ เลข 1 ถึงเลข 100 ให้ใช้หลักว่า

100-109 ให้อ่านตัวหน้าและตัวหลังเช่น 105 อ่านว่า 15
110-200 ให้อ่านตัวกลางและตัวท้ายเช่น 119 อ่านว่า 19

 

ตัวเลขศาสตร์แทนตัวอักษรภาษาไทย

1 ก ด ถ ท ภ ฤ  ุ า  ำ  ่ 
2 ข ช บ ป ง  ู เ แ  ้ 
3 ฃ ค ฆ ต ฑ ฒ  ๋ 
4 ค ธ ร ญ ษ โ ะ  ั   ิ 
5 ฉ ณ ฌ น ม ห ฮ ฎ ฬ  ึ 
6 จ ล ว อ ใ 
7 ศ ส ซ   ี  ื  ๊ 
8 ย พ ฟ ผ ฝ  ็ 
9 ฏ ฐ ไ  ์ 


ตัวอย่างการพิจารณาและคิดเลขศาสตร์ เช่น

- หลักคือเมื่อแทนตัวอักษรเป็นตัวเลขแล้ว คำแปลของเลขศาสตร์ในตำแหน่งชื่อต้องได้รับคำแปลที่ดี จากตัวอย่างชื่อ 14 และนำมารวมเลขศาสตร์กับนามสกุลคือ 49 ได้ตัวเลข 63 ซึ่งมีคำแปลที่ดี

- สรุปคือ 14 ก็มีความหมายดีและ 63 ก็มีความหมายดีส่วนนามสกุลนั้นจะไม่นำมา พิจารณาความหมาย หรือคำแปลเพราะนามสกุลเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือจะเปลี่ยนแปลงก็เกิดความยุ่งยากมากสิ่งที่เราจะทำได้คือ หาชื่อที่ตัวเลขความหมายดีรวมกับนามสกุลก็ได้ความหมายดีเท่านั้น

- หลักการตั้งชื่อตามหลักวิชาเลขศาสตร์นี้ตัวเลขศาสตร์ที่รวบรวมไว้ว่ามีความหมายดี คือ

9,14,15,19,20,24,36,41,42,45,50,51,54,55,63,65,95,99,100

- ซึ่งเลขดังกล่าวข้างต้นสามารถใช้ได้ทั้งหญิงและชาย มีเฉพาะเลข 19 ไม่เหมาะจะตั้งให้กับผู้หญิง เพราะความหมายคือ ถึงแม้ชีวิตจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่ชีวิตคู่จะเป็นคนไร้คู่ หรือเป็นภรรยาน้อย หรือกินน้ำใต้ศอกคนอื่น
 

ชื่อที่ดีต้องนำ พ.ศ. เกิดมาคำนวนพร้อมสร้างฐานรูปร่าง

- วิธีนำ พ.ศ. เกิดของบุคคลที่ต้องการมาคำนวนตั้งชื่อนั้น มีวิธีคำนวนคือ นำ พ.ศ. เกิดมาคำนวน เป็นจุลศักราช โดยการนำ พ.ศ. เกิดมาตั้งลบด้วย 1181 ก็จะได้เป็น จุลศักราช เสร็จแล้วให้นำไปหารด้วย 7 เสมอ เหลือเศษเท่าไหร่เราเรียกว่า รหัส จ.ศ. นำรหัส จ.ศ. ไปสร้างฐานรูปร่าง โดยศรีษะหรือส่วนหัวของรูปร่างเกิดจากรหัส จ.ศ. ลบด้วย 1 เสมอ แล้วจึงเดินตัวเลขตามรหัสสากล คือ 1234567 ซึ่งมี จำนวนเพียงเจ็ดตัวเลขเริ่มต้นจากศรีษะมาสู่เท้า 2 ขาเลื่อนให้มาสู่เอว 2 ข้าง เลื่อนขึ้นมาสู่ไหล่ 2 ข้าง

ตัวอย่าง

วิธีหารรหัส จ.ศ.

   
  เช่นเกิด พ.ศ. 2499  -
      1181  
      7)1318 (188
      7  
      61  
      56  
      58  
      56  

รหัส จ.ศ ขั้นต้น

2  

- เหตุที่เราเรียกว่ารหัส จ.ศ. ขั้นต้นเพราะเราต้องพิจารณาวันเดือนปีเกิดของบุคคลนั้นด้วยว่า เกิดวันเดือนอะไรคือบุคคลใด ที่เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 15 มกราคม ของทุกปี ต้องนำรหัส จ.ศ.ขั้นต้นมาลบด้วย 1 เสมอ แต่ถ้าบุคคลนั้นเกิด 16 เมษายน ถึง 31 ธันวาคมไม่ต้องนำรหัส จ.ศ ขั้นต้นที่คำนวนได้มาลบด้วย 1

ตัวอย่าง

เกิด 5 มกราคม 2499

  พ.ศ. เกิด 2499  -
      1181  
      7)1318 (188
      7  
      61  
      56  
      58  
      56  

รหัส จ.ศ ขั้นต้น

2  


ปรากฏว่า บุคคลนี้เกิด 5 มกราคม ต้องนำรหัส จ.ศ. ขั้นต้นมาลบด้วย 1

 

คือ

 

2

 -
      1  

รหัส จ.ศ 

1  

 

ตัวอย่าง

เกิด 9 ธันวาคม 2499

พ.ศ. เกิด

2499  -
      1181  
      7)1318 (188
      7  
      61  
      56  
      58  
      56  

รหัส จ.ศ ขั้นต้น

2  


รหัส จ.ศ. ของบุคคลนี้คือ 2 เพราะเกิด 9 ธันวาคม

(กรณีที่หาร 7 ลงตัว ได้เศษ" 0 " ให้ถือว่าเป็นเลข" 7 ")
 

ลักษณะของฐานรูปร่าง

ลักษณะของฐานรูปร่างแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆได้ 4 ส่วนดังนี้

ส่วนที่ 1 เรียกว่า หัวหรือศรีษะ
ส่วนที่ 2 เรียกว่า ไหล่ซ้าย,ไหล่ขวา
ส่วนที่ 3 เรียกว่า เอวซ้าย,เอวขวา
ส่วนที่ 4 เรียกว่า ขาซ้าย,ขาขวา

วิธีการวางตัวเลขลงบนฐานรูปร่าง

- ให้นับจากศรีษะหรือหัวลงมาสู่ขาแล้วเดินให้ไปถึงไหล่

ศรีษะ ---> ขาซ้าย ---> ขาขวา ---> เอวซ้าย--->เอวขวา ---> ไหล่ซ้าย ---> ไหล่ขวา

A ---> B ---> C ---> D --->E --->F ---> G

 

วิธีการวางตัวเลขลงบนฐานรูปร่าง

โดยคำนวนจากเลข จ.ศ.

รหัส จ.ศ. 1 ฐานรูปร่างคือ

 

 

รหัส จ.ศ. 2 ฐานรูปร่างคือ

 

 

รหัส จ.ศ. 3 ฐานรูปร่างคือ

 

 

รหัส จ.ศ. 4 ฐานรูปร่างคือ

 

 

รหัส จ.ศ. 5 ฐานรูปร่างคือ

 

 

รหัส จ.ศ. 6 ฐานรูปร่างคือ

 

 

รหัส จ.ศ. 7 ฐานรูปร่างคือ

 

วิธีการอ่านฐานรูปร่าง

- วิธีการอ่านฐานรูปร่างนั้นให้อ่านหรือตั้งชื่อจากเท้าเดินขึ้นไปสู่ศรีษะ ห้ามเดินลงหรือเดินขึ้น ต้องเดินขึ้นอย่างเดียว โดยใช้การอ่านชื่อเฉพาะตัวอักษรที่อ่านออกเสียงเท่านั้น เช่น

ชฌนบ = ให้อ่านเสียงพยางค์คือ ช ---> ฌ ---> น
กรพล = ให้อ่านเสียงพยางค์คือ ก ---> พ
มะลิวัลย์ = ให้อ่านเสียงพยางค์คือ ม ---> ล ---> ว
เบญจมาศ = ให้อ่านเสียงพยางค์คือ บ ---> จ ---> ม
ณัฐวุฒิ = ให้อ่านเสียงพยางค์คือ ญ ---> ฐ --->ว


- โดยนำอักษรที่อ่านออกเสียงพยางค์ เป็นตัวอักษรไปเทียบกับดาวพระเคราะห์ในแผนภูมิทักษา เช่น

บ = พฤหัส(5) , ล = ราหู = พุธ(8) , ซ = อังคาร(3) , ณ = พุธ(4)

 

ชื่อที่ดีตองนำวันเกิดมาพิจารณามาคำนวนด้วย

- ในตำราของวิชามอญโบราณมีสูตรหรือตัวเลขที่เดินตายตัวอยู่หนึ่งสูตร คือ

1 4 7 3 6 2 5

- เราได้นำสูตรเลขนี้มาใช้ประยุกต์ในการตั้งชื่อ โดยคิดจากวันเกิดของบุคคลนั้นว่า เกิดวันอะไร แล้วทดแทนเป็นตัวเลขคือ

อาทิตย์ =1 ,จันทร์ = 2 , อังคาร 3 , พุธและราูหู = 4 , พฤหัส = 5 ,ศุกร์ = 6 , เสาร์ = 7
 

โดยมีหลักการเดินของสูตรกฏตายตัวของวิชามอญโบราณในแถวตั้ง คือ

วันเกิด G 5 6 7 1 2 3 4 = ความสำเร็จ
F 2 3 4 5 6 7 1 = โชคลาภ
E 6 7 1 2 3 4 5 = อำนาจ
A 1 2 3 4 5 6 7 = การขอความช่วยเหลือ
B 4 5 6 7 1 2 3 = ทะเลาะกัน
C 7 1 2 3 4 5 6 = เจ็บป่วย
D 3 4 5 6 7 1 2 = มรณะ

 

ตามการเดินสูตรมอญโบราณจะเห็นได้ว่า จะเดินตามตัวอักษร

A ---> B ---> C ---> D --->E --->F ---> G

จะพิจารณาได้ว่าตัวเลขที่ได้จากการวางตามสูตรมอญโบราณของวันเกิดบุคคลนั้น จะนำมาตั้งชื่อได้ คือ

G = ความสำเร็จ
F = โชคลาภ
E = อำนาจ
A = การรับความช่วยเหลือ

วิธีการตั้งชื่อคือ นำตัวเลขในตำแหน่ง G,F,E,A จากวันเกิดของสูตรมอญโบราณนำไปเรียงในฐานรูปร่างที่เราคำนวนได้จากรหัส จ.ศ. ลบหนึ่ง(1) แล้วนำไปไว้ที่หัวหรือศรีษะดังนั้นชื่อที่ได้ต้องมานำตัวเลขจากตำแหน่ง G,F,E,A มาเรียงจากเท้าสู่ศรีษะเท่านั้น โดยหลักการตั้งชื่อนั้นจะตั้ง 4 พยางค์,3พยางค์,2พยางค์ ก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องมี 2 พยางค์

- เมื่อหาชื่อได้ตามการเดินของตัวเลขแล้ว เลขศาสตร์ในชื่อต้องมีความหมายดีด้วย และเมื่อรวมทั้งนามสกุลก็ต้องดีด้วย โดยชื่อนั้นต้องไม่มีกาลกิณี อยู่ในชื่อ จึงจะได้ชื่อที่ถือว่าสมบูรณ์ที่สุดเหมาะกับเจ้าของดวงชะตาคนนั้น

ตัวอย่างชื่อ กรพล ปวพจน์ เกิด 27 พฤศจิกายน 2505 พุธ (กลางวัน)

ตัวอย่าง เกิด 27 พฤศจิกายน 2505

พ.ศ. เกิด

2505  -
      1181  
      7)1324 (189
      7  
      62  
      56  
      64  
      63  

รหัส จ.ศ ขั้นต้น

1

 

 

 

- ชื่อของคุณ กรพล ตามฐานวันเกิด สามารถตั้งได้ตามหลักสูตรตายตัวของวิชามอญโบราณ คือ 1(G), 5(F), 2(E), 4(A) เมื่อนำมาเรียงชั้นในแนวฐานรูปร่างจากเท้าสู่ศรีษะจะได้

1(G) ---> 5(F) ---> 2(E) --->4(A)

- ชื่อที่ตั้ง คือ กรพล = 19 เมื่อรวมนามสกุล = 19+36 = 55 แสดงว่าเลขศาสตร์ของชื่อดีบวกนามสกุลเลขศาสตร์ก็ดี ชื่อ กรพล = 2(จันทร์) 5(พฤหัส) แสดงว่าการเดินทางของดาวจากล่างสู่บนในฐานรูปร่างถูกต้อง แสดงว่าชื่อนี้ใช้ได้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของดวงชะตา